คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอน ปี 2554 (Carbon Footprint for Local Authorities towards Low-carbon Cities)

1. หลักการและเหตุผล
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้พลังงาน การเกษตรกรรม การพัฒนาและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่นๆ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อนซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเกิดแนวคิดในการสร้างสังคม “คาร์บอนต่ำ” (Low-carbon Society) ที่มีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

  1. Carbon Minimization เป็นสังคมที่มีกระบวนการหรือกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง
  2. Simpler and Richer กิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกสามารถกระทำได้ง่ายในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้แก่สังคม
  3. Co-Existing with Nature เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องไปกับสภาพแวดล้อมและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และจากแนวคิดดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดการระดับพื้นที่ (Area-based) หรือที่เรียกว่าเมืองลดคาร์บอน (Low-carbon City) กล่าวคือ เป็นการจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองใดเมืองหนึ่งจากฐานเดิมที่ไม่เคยมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก่อน

การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เป็นวิธีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรและคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อันจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระดับเมือง ระดับโรงงาน ระดับอุตสาหกรรม และระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในประเทศไทยยังมีน้อยมาก เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และไม่ทราบเทคนิคและวิธีการคำนวณ และไม่เคยมีการดำเนินการในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก่อน ดังนั้น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) จึงได้มีการจัดทำ “โครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอน” ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางหรือหลักเกณฑ์การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรฯ อันจะเป็นการช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับท้องถิ่นของไทยในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอน และท้ายสุดเป็นเมืองตัวอย่างของประเทศไทยและของประชาคมโลกต่อไป 
2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อกำหนดแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เหมาะสมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย
  2. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย ในการคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรฯ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เพื่อพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คำนวณเส้นฐาน (baseline) ของกิจกรรมที่สำคัญและวิธีการตรวจวัด (Measurement)

3. เป้าหมาย
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล เข้าร่วมเป็นองค์กรฯ นำร่อง จำนวนอย่างน้อย 4 องค์กร

4. ขอบเขตการดำเนินงาน

  1. ศึกษามาตรฐานการวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรของต่างประเทศ เช่น มาตรฐาน Greenhouse Gas Protocol ของ WRI/WBCSD มาตรฐาน ISO14064-1, ISO/TR 14069
  2. พัฒนาแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เหมาะสมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย และจัดพิมพ์เป็นคู่มือเพื่อแจกจ่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  3. ประเมินขนาดของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรฯนำร่อง
  4. พัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การจัดการมูลฝอย การจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ระบบการคมนาคม ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า ฯลฯ และวิธีการตรวจวัด
  5. พัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการเป็นเมืองลดคาร์บอน และจัดพิมพ์เป็นคู่มือเพื่อแจกจ่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

5. ผลลัพธ์ของโครงการฯ

บทสรุปผูบริหาร

4 เทศบาลนำร่อง

ที่ เทศบาล
1 เทศบาลเมืองแกลง
2 เทศบาลเมืองสีคิ้ว
3 เทศบาลนครภูเก็ต
4 เทศบาลตำบลอัมพวา

 


1. หลักการและเหตุผล
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้พลังงาน การเกษตรกรรม การพัฒนาและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบอื่นๆ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเกิดแนวคิดในการสร้างสังคม “คาร์บอนต่ำ” (Low-carbon Society) ที่มีหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

  1. Carbon Minimization เป็นสังคมที่มีกระบวนการหรือกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง
  2. Simpler and Richer กิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกสามารถกระทำได้ง่ายในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้แก่สังคม
  3. Co-Existing with Nature เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องไปกับสภาพแวดล้อมและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และจากแนวคิดดังกล่าวได้นำไปสู่การจัดการระดับพื้นที่ (Area-based) หรือที่เรียกว่าเมืองลดคาร์บอน (Low-carbon City) กล่าวคือ เป็นการจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมืองใดเมืองหนึ่งจากฐานเดิมที่ไม่เคยมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก่อน

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ตระหนักถึงความสำคัญของแนวคิดดังกล่าวเนื่องจากเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้ท้องถิ่นสามารถจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจัดทำ “โครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอน” ขึ้น และดำเนินการระหว่างปี 2554-2555 ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการดังกล่าวทำให้ได้แนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในท้องถิ่น เส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญและวิธีการตรวจวัด และตัวชี้วัดและเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการเป็นเมืองลดคาร์บอน นอกจากนี้ ยังได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่องที่มีการนำแนวทางการลดคาร์บอนตามคู่มือที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการไปใช้ดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดคาร์บอนเครดิตจากการดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในท้องถิ่น
ดังนั้น เพื่อเป็นการขยายผลของโครงการฯ และส่งเสริมให้ท้องถิ่นอื่นๆ นำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและสามารถนำไปขายเป็นคาร์บอนเครดิตได้ อบก. จึงได้มีการจัดทำ “โครงการขยายผลกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในท้องถิ่น” ขึ้น ในปีงบประมาณ 2556 โดยเป็นโครงการในลักษณะของ “เพื่อนช่วยเพื่อน” โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการดำเนินการแล้วในปีงบ 2555 เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่อันจะช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิตมากขึ้นในประเทศไทย อันนำไปสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาของประเทศและท้องถิ่นนั้นๆ ก้าวไปสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอนได้ในที่สุด

 

2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยเข้าใจแนวคิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร สามารถคำนวณขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรของตนได้ และสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในการขยายผลดำเนินการร่วมกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง
  2. เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมในท้องถิ่น อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เพื่อพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่น การคำนวณเส้นฐาน (Baseline) ของกิจกรรมที่สำคัญและวิธีการตรวจวัด (Measurement) เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการสนับสนุนตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจของประเทศไทย

3. เป้าหมาย

  1. มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อย 20 แห่ง สามารถคำนวณขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กร
  2. ได้แนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่น การคำนวณเส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญและวิธีการตรวจวัด

4. ขอบเขตการดำเนินงาน

  1. รับสมัครและคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นองค์กรนำร่อง จำนวนอย่างน้อย 20 แห่ง
  2. คัดเลือกเทศบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ ในปีที่ 1 และปีที่ 2 ที่มีศักยภาพในการเป็นพี่เลี้ยงให้กับเทศบาลใหม่
  3. คำนวณขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมเป็นองค์กรนำร่อง และวิเคราะห์แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร
  4. ส่งเสริมให้องค์กรนำร่อง ดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามผลการวิเคราะห์ในข้อ 4.2
  5. พัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่นและเส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญอื่นๆ นอกเหนือจากกิจกรรมที่ได้ทำแล้วในโครงการระยะแรก และวิธีการตรวจวัด
  6. ดำเนินการตรวจวัด รายงานผล และทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงจากการดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทต่างๆ

 

5. ผลลัพธ์ของโครงการฯ

บทสรุปผูบริหาร

23 เทศบาลนำร่อง

ที่

เทศบาล

1

เทศบาลตำบลเวียงมอก

2

เทศบาลตำบลแม่เมาะ

3

เทศบาลนครลำปาง

4

เทศบาลนครเชียงใหม่

5

เทศบาลตำบลนางแล

6

เทศบาลเมืองดอกคำใต้

7

เทศบาลนครเชียงราย

8

เทศบาลตำบลร้องกวาง

9

เทศบาลตำบลปัว

10

เทศบาลเมืองน่าน

11

เทศบาลตำบลพนมสารคาม

12

เทศบาลนครขอนแก่น

13

เทศบาลตำบลฝั่งแดง

14

เทศบาลเมืองหนองสำโรง

15

เทศบาลเมืองท่าช้าง

16

เทศบาลตำบลทับกวาง

17

เทศบาลตำบลหนองตำลึง

18

เทศบาลเมืองเพชรบุรี

19

เทศบาลนครระยอง

20

เทศบาลเมืองทุ่งสง

21

เทศบาลนครหาดใหญ่

22

เทศบาลเมืองศรีสะเกษ

23

เทศบาลตำบลขุนหาญ

 


1. หลักการและเหตุผล
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบทบาทที่สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และดำเนินการป้องกันและแก้ไขภาวะมลพิษในเขตพื้นที่ท้องถิ่นของตน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงจำนวนและขนาดของเมือง ส่งผลกระทบโดยตรงกับบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่งผลให้พื้นที่ชุมชนเขตเมืองมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศในอัตราที่สูงตามความเจริญของเมืองไปด้วย เนื่องจากมีการใช้พลังงาน การเกิดขยะมูลฝอย การลดลงของพื้นที่สีเขียว  ก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน ผ่านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมภายในขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในท้องถิ่นลง
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองลดคาร์บอน” ในระหว่างปีงบประมาณ ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการดังกล่าว ทำให้ได้แนวทางการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในท้องถิ่น ตลอดจนตัวชี้วัดและเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (Low-carbon city) นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมให้เทศบาลนำร่อง จำนวน ๒๗ เทศบาล  ดำเนินการคำนวณคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของแต่ละเทศบาล และจัดทำกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดขนาดคาร์บอนฟุต พริ้นท์ของเทศบาลลง
เพื่อเป็นการขยายผลของโครงการฯ และส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ นำแนวปฏิบัติดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก    อบก. จึงได้มีการจัดทำ “โครงการขยายผลการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ขึ้น ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ โดยเป็นโครงการขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ และมีบางส่วนที่จะขยายผลในรูปแบบ     “เพื่อนช่วยเพื่อน” นั่นคือ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการดำเนินการแล้วในปีงบ ๒๕๕๕ เป็น       “พี่เลี้ยง” ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย เข้าใจแนวคิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร สามารถคำนวณขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรของตนได้ และสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในการขยายผลดำเนินการร่วมกับชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง
  2. เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกประเภทต่างๆ ที่เหมาะสมในท้องถิ่น อันเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เพื่อพัฒนาแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่น
  4. เพื่อให้เกิดการทวนสอบผลการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในผลของการคำนวณ

 

3. เป้าหมาย

  1. มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างน้อย 17 แห่ง สามารถคำนวณขนาดคาร์บอนฟุต พริ้นท์ขององค์กรและดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในองค์กร
  2. ได้แนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่น การคำนวณเส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญและวิธีการตรวจวัด
  3. ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ได้รับการทวนสอบ

4. ขอบเขตการดำเนินงาน

  1. รับสมัครและคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนอย่างน้อย ๑๗ แห่ง
  2. คัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ ในปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ที่มีศักยภาพในการเป็นพี่เลี้ยงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่
  3. คำนวณขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ และวิเคราะห์แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร
  4. ส่งเสริมให้องค์กรที่เข้าร่วมโครงการฯ ดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามผลการวิเคราะห์
  5. พัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมต่างๆ ของท้องถิ่นและเส้นฐานของกิจกรรมที่สำคัญอื่นๆ และวิธีการตรวจวัด
  6. จัดทำรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่อง
  7. ดำเนินการทวนสอบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้จากการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ ตาม “คู่มือแนวทางการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ที่ได้จากโครงการฯ ระยะที่ 2 ทั้งก่อนและหลังจากการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

5. ผลลัพธ์ของโครงการฯ

บทสรุปผูบริหาร

19 เทศบาลนำร่อง

ที่

เทศบาล

1

เทศบาลตำบลป่าก่อดำ

2

เทศบาลตำบลแม่แรง

3

เทศบาลตำบลอุโมงค์

4

เทศบาลตำบลนาแก้ว

5

เทศบาลตำบลปง

6

เทศบาลตำบลหาดเสี้ยว

7

เทศบาลตำบลเรณูนคร

8

เทศบาลตำบลวังชัย

9

เทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์

10

เทศบาลตำบลโคกกรวด

11

เทศบาลตำบลคำน้ำแซบ

12

เทศบาลเมืองยโสธร

13

เทศบาลเมืองพนัสนิคม

14

เทศบาลตำบลมาบอำมฤต

15

เทศบาลเมืองปัตตานี

16

เทศบาลเมืองเขาสามยอด

17

เทศบาลเมืองสิงห์บุรี

18

เทศบาลนครนนทบุรี

19

สำนักงานเขตยานนาวา