Carbon Label Project

ฉลากคาร์บอนและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร

Carbon Label & Carbon Footprint for Organization

อ่าน

34

คะแนน

แก้ไขล่าสุด

03/10/2562

แบ่งปัน

น้ำดื่มบรรจุขวดเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในชีวิตประจำวันที่คนไทยหันมาบริโภคกันมากขึ้นจากเดิมที่บริโภคจากจากแหล่งน้ำที่จัดหาเองได้ตามธรรมชาติ และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากกระแสการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยในปี 2560 มีมูลค่าการผลิตถึง 52,000 ล้านบาท (สถาบันอาหาร, 2561)

แหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำบรรจุขวด PET มีทั้งจากแหล่งน้ำใต้ดิน แม่น้ำ เป็นต้น มาผ่านกระบวนการผลิตหลักๆ ได้แก่ การกรอง การฆ่าเชื้อ การปรับสภาพน้ำ โดยการปรับคุณสมบัติ ลดความกระด้าง ฆ่าเชื้อ จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการบรรจุ และตรวจสอบคุณภาพ

การขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มผู้ผลิตก็ให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น สำหรับข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบรรจุขวด PET โดยเฉลี่ยที่ปริมาณ 1 ลิตร มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์อยู่ในช่วง 130 – 275 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หากพิจารณาตามขนาดบรรจุยอดนิยมได้แก่ ขนาด 600 มล. มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ประมาณ 120 – 125 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขนาด 1,000 มล. 185 – 190 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และขนาด 1,500 ,มล. 225 – 230 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า  ในภาพรวมของค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ประมาณร้อยละ 65 – 70 มาจากช่วงการได้มาของวัตถุดิบ โดยร้อยละ 55-60 มีแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขวด PET นั้นเอง

หมายความว่า แนวทางหนึ่งสำหรับการลดค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบรรจุขวด PET คือ การลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตขวด เช่น การออกแบบ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ลดการใช้วัตถุดิบแต่ยังคงให้คุณภาพได้มาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ หรือการเปลี่ยนวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นต้น

 

เรียบเรียงโดย พวงพันธ์ ศรีทอง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

 

หากคุณต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม